วันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

คุณคิดว่าพื้นที่ทำนาในปัจจุบัน เป็นการเช่าที่ทำนาหรือเป็นที่นาของตนเอง

เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่า พื้นที่ทำนาบางส่วนมีการปรับเปลี่ยนจากเดิมทำนาก็กลายมาเป็นสร้างบ้านจัดสรร หรือห้างสรรพสินค้า บางที่ก็ถูกขายให้กับนายทุน แต่นายทุนยังไม่ได้ดำเนินกิจการใด ก็จ้างให้ชาวนาที่ไร้พื้นที่ทำนา มาทำนาและนำข้าวที่ได้มาขายให้นายทุน คุณคิดว่าในปัจจุบันพื้นที่นาส่วนใหญ่เป็นของใครระหว่างชาวนากับนายทุน

วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

เพราะอะไรถึงทำให้ทุกคนคิดว่าการศึกษาในชนบทด้อยกว่าในเมือง

เนื่องจากหลายๆ คนเคยบอกไว้ว่าในการศึกษาของชนบทนั้น มีอุปกรณ์การเรียนที่ไม่ครบ เนื้อหาการเรียนรู้ไม่เข้มข้นเหมือนในเมือง แต่ถ้าในชนบทมีการเรียนที่เหมือนกับในเมือง คุณคิดว่าพวกเขาจะมีความสามารถในการเรียนรู้ที่เท่าเทียมกับคนในเมืองหรือไม่

วันเสาร์ที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2555

ถ้าคุณเป็นคนในเมืองที่เกลียดชนบท

ถ้าคุณเป็นคนในเมืองแต่เกลียดชนบทมาก แต่แล้วก็ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบท คุณคิดว่าคุณจะยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้หรือไม่ คุณจะทำมาหากินอะไร เพื่อให้ชีวิตอยู่รอด

วันจันทร์ที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2555

ทำไมคนในชนบทถึงกินง่ายอยู่ง่าย..

เราเคยสงสัยบางมั้ยว่า.. ทำไมคนในชนบทถึงกินง่ายอยู่ง่าย ไม่ว่าจะไปไหน นอนไหน ใช้ชีวิตอย่างไร ก็ดูเหมือนกับว่าง่ายไปซะหมด ซึ่งแตกต่างกับคนในเมืองที่มักจะเลือกนู้นเลือกนี้อยู่ตลอด เพื่อที่จะให้ชีวิตของตนเองสบายและไม่ลำบาก

วันจันทร์ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ทำไมคนในเมืองเรียกคนในชนบทว่า บ้านนอก

เราเคยสังเกตมั้ยว่า.. ทำไมคนในเมืองถึงเรียกคนในชนบทว่า "บ้านนอก" ทั้งที่ก่อนจะมาเป็นเมืองนั้น ก็เป็นชนบทมาก่อนเช่นกัน..

วันจันทร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ถ้าในชนบทไม่มีเทคโนโลยี คุณคิดว่าชาวบ้านในชนบทจะมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่ เพราะเหตุใด


    
       นื่องจากปัจจุบันมีการวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการเปลี่ยนแปลงชีวิตทั้งคนในชนบทและคนในเมือง เราจะสังเกตได้ว่าทุกบ้านเรือนจะมีของใช้ไฟฟ้ากันทุกหลังคาเรือน ถ้าบ้านไหนไม่มีแสดงว่าบ้านนั้นเชย บางคนอาจจะมองถึงขั้น " บ้านจนไม่มีเงินซื้อ " ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งทีทำให้ชีวิตของคนในชนบทเปลี่ยนแปลงไป เราจะเห็นว่าชาวบ้านในชนบทเอง หรือจะเป็นชาวนา ชาวไร่ ชาวสวน ล้วนแต่มีเทคโนโลยีติดตัวกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์ ยานพาหนะ คอมพิวเตอร์ หม้อหุงข้าว เครื่องปรับอากาศ ไมโครเวฟ ฯลฯ ที่ตอนนี้กลายเป็นสิ่งจำเป็นของชีวิตไปแล้ว  ถ้าวันข้างหน้าไม่มีเทคโนโลยีชาวบ้านในชนบทจะมีการเปลี่ยนแปลงชีวิตหรือไม่??

วันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

สาเหตุการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในชนบทเกิดจากอะไร??

คุณคิดว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนในชนบทนั้นคืออะไร???


      ในสมัยเดิมที่คนในชนบทเกือบทั้งหมดต้องพึ่งธรรมชาติ กล่าวคือ การประกอบอาชีพทางการเกษตรต่างก็ต้องพึ่งน้ำฝนที่ตกตามฤดูกาลเหมือนกัน ในสมัยนั้นความแตกต่างในฐานะของคนชนบทมีไม่มากนัก ต่อมาการพัฒนาชนบทของรัฐบาลได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงหลายประการ มีผลทำให้ฐานะความเป็นอยู่ของคนในชนบทแตกต่างกันมากขึ้นทุกปี ปัจจัยสำคัญๆ ซึ่งมีส่วนเปลี่ยนแปลงฐานะของคนชนบทบางส่วน


การควบคุมธรรมชาติ
          เช่น การสร้างเขื่อนกักเก็บน้ำ เพื่อไม่ให้น้ำท่วมพื้นที่เพราะปลูกในฤดูน้ำหลาก และเพื่อเก็บน้ำไว้ใช้เพื่อการเพาะปลูกในฤดูแล้ง การเพาะปลูกโดยอาศัยน้ำจากเขื่อนนี้ มีผลทำให้ชาวนาสามารถปลูกข้าวในฤดูแล้งที่เรียกกันว่า "นาปรัง" โดยทำการเพาะปลูกและเก็บเกี่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-พฤษภาคม ทำให้ผลิตผลของข้าวเพิ่มขึ้น นอกจากนั้นแม้ในปีใดที่ฝนไม่ตกตามฤดูกาล  ชาวนาที่อยู่ในบริเวณที่สามารถรับน้ำจากเขื่อนชลประทานนี้ได้ ทางเขื่อนก็จะปล่อยน้ำที่กักเก็บไว้มาให้ชาวนาเพื่อใช้ในการเพาะปลูกในปีนั้น ทำให้ชาวนาเหล่านี้ไม่ต้องรอพึ่งฝนตามธรรมชาติ   เขื่อนใหญ่ๆ  ของประเทศที่ให้น้ำเพื่อการเพาะปลูกแก่คนชนบทเหล่านี้ เช่น เขื่อนภูมิพล หรือที่เรียกกันว่า เขื่อนยันฮี ที่จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิติ์ ที่จังหวัดอุตรดิตถ์ เป็นต้น ในการทำการเกษตรโดยอาศัยชลประทานนี้ยังมีการปรับปรุงที่ดินเพื่อให้มีการส่งน้ำเข้าออก ในที่ดินการเกษตรได้สะดวกและเหมาะสมอีกด้วย อย่างไรก็ดี เขื่อนใหญ่ๆ เหล่านี้จะสร้างได้เป็นบางแห่งตามแม่น้ำสายสำคัญๆ เท่านั้น ดังนั้น การใช้ระบบชลประทานจึงมีอยู่เฉพาะในพื้นที่ชนบทบางแห่งเท่านั้น พื้นที่ชลประทานขณะนี้มีมากในภาคกลางและภาคเหนือ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคใต้นั้นมีพื้นที่ชลประทานน้อยมาก เนื่องจากภูมิประเทศไม่อำนว

การนำความรู้ทางการเกษตรมาใช้
          โดยนำพันธุ์พืชใหม่ที่ให้ผลิตผลเพิ่มมากขึ้น สามารถต้านทานโรคได้ดีขึ้น และเหมาะสมกับสภาพของพื้นที่มาใช้แทนพันธุ์พืชเก่าหรือพันธุ์พื้นเมืองที่ใช้กันมานาน เช่น ข้าว กข. พันธุ์หมายเลยต่างๆ ทั้งข้าวเหนียวและข้าวเจ้าให้ผลิตผลเพียง ๖๗-๗๕ ถังต่อไร่ เทียบกับข้าวพันธุ์พื้นเมืองในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ให้ผลิตผลเพียง ๒๕-๓๐ ถังต่อไร ข้าวซิวแม่จันเป็นพันธุ์ข้าวชนิดข้าวเหนียวที่สามารถปลูกได้ทั้งในพื้นที่ราบมีน้ำขังและพื้นที่ดอน ให้ผลิตผลประมาณ ๔๐ ถังต่อไร่ เมื่อเทียบกับข้าวไร่พันธุ์พื้นเมือง ซึ่งให้ผลิตผลประมาณ ๒๐-๒๕ ถังต่อไร่ ข้าวโพดพันธุ์สุวรรณหมายเลย ๑ และ ๒ ให้ผลิตผลประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ เทียบกับข้าวโพดพันธุ์พื้นเมือง ให้ผลิตผลประมาณ ๒๕๐-๓๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ เป็นต้น


ราคาของพืชผล
          มีส่วนทำให้คนชนบทเปลี่ยนแปลงวิถีการผลิตซึ่งทำให้ฐานะทางเศรษฐกิจของคนเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไป เช่น ในอดีตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ปลูกข้าวเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาราคาปอและมันสำปะหลังสูง คนชนบทบางส่วนก็เพิ่มเนื้อที่ปลูกปอและมันสำปะหลังกันมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงชนิดของพืชผลและราคาพืชผลที่สูงขึ้นนี้ มีผลทำให้ฐานะของคนชนบทดีขึ้นด้วย ในท้องถิ่นที่สามารถเพาะปลูกพืชที่มีราคาสูง รายได้ของคนชนบทนั้นๆ ก็จะสูงตามไปด้วย เพราะการเพาะปลูกแต่ละอย่างจะให้ผลตอบแทนไม่เท่ากัน เช่น ในปีการเพาะปลูก ๒๕๒๕-๒๕๒๖ การใช้เนื้อที่ ๑ ไร่ เพื่อการปลูกพืชต่างชนิดกัน จะทำให้ได้กำไรหรือรายได้ที่แตกต่างกันคือ ถ้าปลูกข้าวได้กำไร ๕๗๙ บาท ปลูกข้าวโพดได้กำไร ๒๐๖ บาท ปลูกมันสำปะหลังได้กำไร ๖๗๗ บาท และปลูกอ้อยได้กำไร ๘๐๐ บาท อย่างไรก็ดี ผลตอบแทนเหล่านี้จะเปลี่ยนแปลงไปทุกปี นอกจากนั้นพืชชนิดที่ให้ผลตอบแทนสูงนั้นอาจสามารถทำการเพาะปลูกได้เพียงบางแห่งเท่านั้น ในเขตที่ไม่สามารถเพาะปลูกพืชเหล่านี้ได้ คนชนบทเหล่านั้นก็ยังคงได้รับผลตอบแทนต่ำอยู่เช่นเดิม